ตอนนี้คำถามยอดฮิตของคนใกล้ตัวที่พัวพันอยู่ในชีวิตประจำวัน

มีอยู่ไม่กี่อย่าง  ได้นอนไหม? การบ้านเสร็จไหม ?เที่ยงกินอะไรดี ?บ่ายเรียนห้องไหน?กลับบ้านยังไง?

ก็คำถามธรรมดาทั่วๆไป แต่ช่วงหลังๆมีคำถามนึงทำให้สันหลังวาบขึ้นมาหนึ่งคำถาม มาพร้อมๆกับลมหนาวเดือนพฤศจิกายนเลย  นั่นคือคำถามที่ว่า  " จะฝึกงานที่ไหนดี??? "

อันที่จริงแล้วกำหนดการฝึกงานเนี่ยมันก็ช่วงซัมเมอร์หน้านู้น

แต่ว่าเริ่มจะร้อนตูดกันหลังจากอาจารย์ในภาคเริ่มบอกให้เริ่มกระตือรือร้น ดิ้นรนเพื่ออนาคตกันได้แล้ว

วันศุกร์ อาจารย์จะเรียกคุย (หรือเรียกมาแนะแนวก็ไม่รู้แน่ชัด)

วันนี้เลยมานั่งลิสท์ นั่งไล่ ใช้สมองที่ไม่ได้ใช้มานานมาลองๆคิดดู  

แต่ยิ่งคิด ยิ่งมึน

:P  

----

เราอยากจะบอกว่าตอนนี้อนาคต เขย่าขวัญเรามากเลยนะ เพื่อนเราทำงานหมดแล้ว บางคนก็มีเรียนต่อ

แต่เหมือนมันรู้แน่ชัดกันแล้วว่ามันจะเอาเงินมาซื้อข้าวด้วยวิธีไหน  แต่เรายังงงๆอยู่  

คือกับคำถามที่ว่าฝึกงานที่ไหนดีมันก็เหมือนอ้อมๆถามว่าโตขึ้นจะทำมาหารับประทานกันด้วยวิธีใด ...หรือเปล่า ?

มันเป็นอนาคตก้อนมหึมา(พูดเหมือนอนาคตเป็นกองอึ) ที่เรารู้สึกว่าเราต้องไตร่ตรอง ใส่ใจ

ให้มันมีความแน่ชัดในเส้นทางที่ไป เพราะว่ามันคงมีโอกาสไม่กี่ครั้งในชีวิตที่จะได้รับโอกาสเข้าไปมั่วนิ่มในองค์กรใดสักองค์กรหนึ่ง ขโมยความรู้จากพี่ๆเหล่านั้นในคราบของนักศึกษาแสนบ้องแบ้ว ที่เค้าพร้อมจะสอน จะผิดจะถูกจะโง่โชว์ควาย ยังได้รับการให้อภัย  มันเลยควรจะใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่า ไปเรียนรู้ให้สมองอวบอิ่มพร้อมสู้ศึกThesis  !!!! หรือแม้กระทั่งไปโชว์พาวเผื่อไว้ให้พี่ๆจำหน้าได้ตอนยื่นใบสมัครงาน 

-------  

กลับมาที่คำถาม จะฝึกงานที่ไหนดี  

ตอนนี้ลำดับคำถามมันควรจะเป็นอย่างนี้หรือเปล่าว่า

ว่าอยากทำงานแบบไหนแล้วค่อยย้อนกลับมาที่ฝึกงานที่ไหน ? 

เรามีความคิดโอนเอียงไปว่าการฝึกงานอาจจะไม่ใช่การลองว่าชอบไม่ชอบ

แต่น่าจะเป็นการเติมความรู้จากประสบการณ์จริงๆที่เราสนใจ เหมือนมันเป็นวาระสำคัญอีกอย่างนึงของชีวิต

มันเหมือนแพทย์ที่ไปอินเทิร์น เอ็กซ์เทิร์นอะไรนั่น เหมือนเป็นการลับคม

แต่ขณะเดียวกันก็ค่อนข้างสับสนกับไอเดียของการไปฝึกหลายๆที่เพื่อลองผิดลองถูก ทำสิ่งที่ไม่เคยทำ ไม่คุ้น เปิดกว้างเข้าไว้ จับฉ่ายกันต่อไป  

ในไอดีก็มีตั้ง 5 อย่างให้เลือกฝึก แต่ละที่ก็มีหลายบริษัท หลายสไตล์

ชีวิตช่างเปิดกว้างไว้สำหรับรับความสับสนในชีวิตสุดๆ

----

แต่ประเด็นที่สำคัญ และเป็นประเด็นที่มีปัญหามากที่สุดคือ

เรายังไม่รู้เลยว่าเราอยากจะทำอะไรในชีวิต ?????????

ที่จริงอย่างสายที่สุดเราก็น่าจะรู้ตั้งแต่จบม.หก แต่อายุจะ 23 แล้ว เรายังเร่ร่อนไร้จุดหมาย ขาดหางเสืออยู่เล้ยยย 

เราเลยไม่รู้จะฝึกงานอะไรที่ไหน ยังไง

ทั้งที่เราถามตัวเองอยู่เสมอว่าจะทำอะไร แต่จนตอนนี้ก็ยังตอบไม่ได้ ไม่แน่ใจเพราะอยากทำเยอะมาก

และเป็นความเยอะแบบเฉลี่ย ไม่รู้สึกว่าจะลงแดงเมื่อขาดการทำอะไรไปเท่าไหร่

มันเลยไม่มี  Passion (แบบการโกอินเตอร์ของทาทา แบบนักมวยที่ต้องต่อยให้ได้เข็มขัด แบบแฟนพันธุ์แท้ตุ๊กตาไบลธ์ etc )  

เลยรู้สึกเสมือนคนไร้อนาคตมากเลย 

คือรู้คร่าวๆว่าจะไปทางกราฟิคและทางโฆษณา ถ้ายังอยากสานต่อสิ่งที่เรียนมาที่ไอดี 

แต่ในซอกมุมเล็กๆของใจที่ซิสเต็มม่าเข้าไปไม่ถึง ก็มีไอเดียของการไปให้พ้นจากวิชาชีพการออกแบบอีกด้วย 

(อ้าวซะงั้น)  

เป็นอันว่าสับสนมึนงงในชีวิตมากในตอนนี้

ดูจากที่เขียนก็น่าจะเห็นได้ว่าความคิดตอนนี้แตกกิ่งเป็นควายมูสแล้ว คือ มีหลายๆเขาควายที่แตกหน่อออกมาจากหัวที่คิดอะไรไม่ออกเลยในตอนนี้

แล้วก็ยังมีประเด็นเรื่องการเรียนต่อ ป.โท ที่ก็เริ่มปฏิบัติการเรียนภาษา ไปบ้างแล้ว มันก็ยิ่งเร่งปฏิกิริยากับคำถามที่ว่า อนาคตเธอจะทำอะไรเนี่ยยยยยยย  

โอ้โห มรสุมชีวิตที่มาพร้อมกันกับโอกาส

นี่อาจจะเป็นอีกครั้งที่เราเดินมาถึงทางแยก ตอนนี้กำลังติดไฟแดงไปต่อไม่ได้ มีความเครียดสะสมจากการนั่งนิ่งไม่รู้เส้นทางชีวิต ส่วนเพื่อนๆคนอื่นเตรียมแตะคันเร่งและจะวิ่งปรู๊ดดดดแซงเราไปแล้ว

วู้ว์  เป็นเด็กปีสี่นี่เหนื่อยเนอะ  

-----

ฝึกงานมันสำคัญไหม ?

มันน่าจะสำคัญ เราควรจะเริ่มนั่งนิ่งๆ หายใจยาวๆแล้วนั่งคิดใช่ไหม

ว่าจะเอายังไงกับชีวิต?

สิ่งที่ต้องตอบมันคือ จะเอายังไงกับชีวิต

ไม่ใช่ฝึกงานที่ไหน

-----

กลุ้มเลยทีเดียว